5 เทรนด์ดิจิตอลหนี COVID-19 และแอปพลิเคชั่นเพื่อคนติดบ้าน

สภาพภายนอกบ้านที่เต็มไปด้วยมลพิษ ฝุ่นควัน ประกอบกับในเวลานี้ที่ผู้คนต้องกักตัวอยู่ในบ้าน หรือการยืนให้ห่างจากผู้อื่นเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้เทคโนโลยีดิจิตอลมีบทบาทสำคัญในการยื่นมือช่วยเหลืออำนวยความสะดวก และทำให้รู้สึกว่าชีวิตไม่จำเจแล

 

"ไม่มีที่ใดที่ปลอดภัยเท่ากับบ้านหรือห้องของตัวเอง แม้น่าเบื่อ จำเจ แต่ก็รู้สึกอบอุ่น"

สภาพภายนอกบ้านที่เต็มไปด้วยมลพิษ ฝุ่นควัน ประกอบกับในเวลานี้ที่ผู้คนต้องกักตัวอยู่ในบ้าน หรือการยืนให้ห่างจากผู้อื่นเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้เทคโนโลยีดิจิตอลมีบทบาทสำคัญในการยื่นมือช่วยเหลืออำนวยความสะดวก และทำให้รู้สึกว่าชีวิตไม่จำเจและน่าเบื่อจนเกินไป เป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคโดยแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น

1. ทำงานได้เงิน เรียนได้เกรดดีแม้อยู่ในบ้าน : ในปัจจุบันจะมีการพัฒนาเทคโนโลยี อุปกรณ์และโปรแกรมต่าง ๆ สำหรับการใช้ทำงาน ติดต่อสื่อสาร นัดประชุม จนถึงจัดการเอกสารได้แม้จะอยู่ในบ้านหรืออยู่ต่างประเทศ แต่จากเหตุการณ์การระบาดไวรัสโคโรน่าในครั้งนี้ ทำให้เหล่าโปรแกรมแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ถูกพูดถึงและยกระดับการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์และเติมเต็มการใช้งานได้ดีที่สุด อาทิ

Microsoft team แพลตฟอร์มการสื่อสารภายในองค์กร การทำงาน จัดการข้อมูลเอกสาร และสามารถเข้าถึงโปรแกรมหรือแก้ไขข้อมูลผ่านโปรแกรม MS ได้แทบทุกอย่างโดยไม่ต้องโหลดโปรแกรมเพิ่ม
Slack แพลตฟอร์มการสื่อสารภายในองค์กร ส่งลิงค์ โค้ด ไฟล์ต่าง ๆ โดยมีจุดเด่นที่การใช้งานแบบ Social Media เช่นการส่งอีโมจิ
Wunderlist แพลตฟอร์มสำหรับการเตือนความจำต่าง ๆ สำหรับการจัดตารางงานที่เหมาะสม
Dropbox แพลตฟอร์มเก็บไฟล์ เอกสารต่าง ๆ ผ่านระบบคลาวด์ สามารถส่งลิงค์ในการแชร์หรือแบ่งปันได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม
Google calendar แพลตฟอร์มปฎิทิน จัดตารางเวลากิจกรรมหรือนัดหมายต่าง ๆ พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อถึงใกล้ถึงเวลา

สำหรับด้านการเรียนการสอนก็มีแพลตฟอร์มที่รองรับในด้านนี้ด้วย เช่น Google Classroom ที่จะทำหน้าที่จัดการเรียนการสอน จัดเอกสารและการทดสอบวัดผลนอกห้องเรียน

2. สั่งอาหาร-สินค้า ส่งถึงที่บ้านทันที : การสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์และเดลิเวอรี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นบริการสื่อกลางการส่งอาหารและสินค้า ที่สามารถเรียกใช้งานได้ผ่านทางแอปพลิเคชั่นเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว และลดเวลาการออกเดินทางจากบ้านอีกด้วย ได้แก่

แอปพลิเคชั่นส่งอาหาร Line Man, Grabfood, Pandafood, Get
ช่องทางจัดจำหน่ายสินค้า Lazada, Shopee, JD central
แพลตฟอร์มจัดการการส่ง-ติดตามพัสดุ Kerry express, Flash express, Lalamove

3 . บันเทิงตลอด 24 ชั่วโมงด้วยเทคโนโลยีสตรีมมิ่ง : หนึ่งในนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การเข้าถึงสื่อบันเทิงได้อย่างรวดเร็ว และลดปริมาณการสะสมกล่องหรือแผ่นจนเต็มห้อง ซึ่งนอกจากจะมีการส่งซีรี่ย์ใหม่มาฉายอย่างรวดเร็วแล้ว ยังได้รับการพัฒนาคุณภาพของภาพและเสียงที่ดีกว่าเดิม ซึ่งผู้ให้บริการสตรีมมิ่งที่คนไทยรู้จักกันดีไม่ว่าจะเป็น

ผู้ให้บริการภาพยนตร์และซีรี่ย์ ได้แก่ Netflix, Iflix, Disney+, Apple TV
ผู้ให้บริการเพลง ได้แก่ Spotify, Joox, Apple Music
ผู้ให้บริการเกม ได้แก่ Steam, Origin, Epic games store เป็นต้น

4. ตัวช่วยออกกำลังกายในบ้าน : ตัวช่วยในการส่งเสริมออกกำลังกายที่คุณสามารถทำได้แม้อยู่ในบ้าน ได้สุขภาพดีไม่แพ้กัน ตั้งแต่อุปกรณ์ขนาดใหญ่อย่างลู่วิ่งไฟฟ้าจนถึงอุปกรณ์ขนาดเล็กอย่างเสื่อโยคะหรือดัมเบล ส่วนเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็มีส่วนช่วยสนับสนุนการออกกำลังกายภายในบ้านเพื่อทราบข้อมูล การจัดท่า ลิมิตความเหนื่อย ไลฟ์สดกับโค้ชหรือข้อมูลโภชนาการได้เป็นอย่างดี เช่น

7 Minute workout แอปพลิเคชั่นออกกำลังกายง่ายคาร์ดิโอสั้น ๆ ภายใน 7 นาที สามารถทำได้ภายในบ้าน
Keep : fitness & workout trainer แอปพลิเคชั่นเทรนเนอร์สำหรับการฝึกออกกำลังกายรูปแบบต่าง ๆ
Fitbit แอปพลิเคชั่นวางแผนการออกกำลังกาย ที่จะหลักสูตรการออกกำลังกายเหมาะสมกับตัวเอง และสามารถทำได้แม้อยู่ในบ้าน
ทางด้านสมาร์ทวอชก็มีระบบจับชีพจรอัตราการเต้นของหัวใจที่ช่วยรายงานสภาพร่างกายได้ หากเก่าแก่และคุ้นเคยเป็นอย่างดีก็คือการเปิดคลิปวีดีโอเต้นแอโรบิคผ่านเทป VHS ไปจนถึงบน Youtube ซึ่งก็ยังคงตอบโจทย์ได้ดีทุกยุคทุกสมัย

5. เช็คยอด ชำระจับจ่ายโดยไม่ต้องใช้เงินสด : แอปพลิเคชั่นด้านการเงิน การธนาคาร กระเป๋าสตางค์ดิจิตอลผุดขึ้นมามากมาย อันเป็นส่วนหนึ่งการการยกระดับสังคมไร้เงินสด การจ่ายเงินผ่านสแกน QR Code โอนเงิน ไปจนถึงการกดเงินไม่ใช้บัตรก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ช่วยลดการสัมผัสพื้นผิวที่คิดว่าจะมีการเปื้อนของเชื้อโรค ไวรัส และสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงในบางแอปพลิเคชั่นยังจัดกิจกรรมแจกคูปองโปรโมชั่นเอาใจขาช้อปแบบจัดหนักเลยทีเดียว เช่น ดอลฟิน วอลเล็ท, เป๋าตัง, Bluepay, Truemoney wallet, Airpay เป็นต้น

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีทั้งหลายเหล่านี้สามารถช่วยเหลือผู้คนที่อยู่ติดบ้านหรืออยู่ห่างกันได้มีด้วยกัน 2 สิ่ง ได้แก่ อุปกรณ์ดิจิตอลที่มีการแสดงผลที่ละเอียด ซับซ้อน คมชัดยิ่งขึ้น แต่ใช้งานง่ายและเข้าถึงได้ทั่วถึงกว่าสมัยก่อน กับอินเตอร์เน็ตที่สามารถเชื่อมโยงทั้งข้อมูล สื่อ และผู้คนเข้ามาปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างใกล้ชิด
ซึ่งในปัจจุบัน ผู้ประกอบการต่างที่จะพยายามยกระดับการทำธุรกิจและร้านค้าด้วยการนำเทคโนโลยีรวมถึงโซเชียลมีเดียมาประยุกต์ช่องทางการติดต่อ จัดจำหน่าย และการบริการผู้คนเพื่ออำนวยความสะดวก เติมเต็มความสุขกันได้ตลอดเวลา และทำให้ผู้บริโภคไม่รู้สึกถึงความน่าเบื่ออีกต่อไป

28/04/2020 19:10
pbvz63y

ข่าวที่เกี่ยวข้อง